ธ.ก.ส. มอบดอกเบี้ยคืนให้ลูกค้าเงินกู้ทั่วประเทศ

วันที่ 14 ธ.ค.63 ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาเมือง จังหวัดนครปฐม นางวันดี ภู่ขจร ผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขา ร่วมมอบดอกเบี้ยเงินกู้คืนให้แก่ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินดี โดยจะมอบคืนดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าที่ชำระหนี้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564

ตามโครงการมอบคืนดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ลูกค้า ธ.ก.ส. เพื่อตอบแทนลูกค้าที่มีวินัยการชำระหนี้ โดยแบ่งเป็น 2 โครงการ คือ โครงการชำระดีมีคืน วงเงินงบประมาณ 3,000 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่เป็นเกษตรกร / บุคคล ได้รับดอกเบี้ยคืนไม่เกิน 5,000 บาทต่อราย ส่วนที่เป็นกลุ่มเกษตรกร / สหกรณ์ / นิติบุคคล / กองทุนหมู่บ้าน ได้คืนไม่เกิน 50,000 บาท ส่วนวิธีคืนดอกเบี้ยโดยธนาคารจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้า สำหรับโครงการลดภาระหนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มหนี้ NPT หรือมีดอกเบี้ยค้างชำระเกิน 15 เดือน วิธีคืนดอกเบี้ย กรณีเป็นหนี้จะนำดอกเบี้ยที่ได้รับคืนมาตัดชำระเงินต้น กรณีไม่มีหนี้ จะโอนเข้าบัญชีเงินฝาก

สำหรับ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดนครปฐม ปัจจุบัน มีเงินรับฝากคงเหลือ 38,470 ล้านบาท โดยเงินฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดเกษตรมั่งคั่ง 5 และสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดเกษตรมั่นคง 3 ซึ่งเป็นเงินฝากที่สามารถลุ้นรางวัล ได้เดือนละ 1 ครั้ง ตลอดระยะเวลาการฝาก 3 ปี จำนวน 8,311 ล้านบาท และมีเงินให้สินเชื่อ คงเหลือ 12,497 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อโครงการพิเศษหลายโครงการ เช่น โครงการสินเชื่อ SME เกษตร เพื่อช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และ โครงการส่งเสริมและสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเงินทุนให้แก่ลูกค้าที่ผลิตเกษตรอินทรีย์หรืออาหารปลอดภัย หรือส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาด หรือส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมหรือวิถีชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า อีกทั้ง สินเชื่อเงินด่วน (A-Cash) อนุมัติไว ทันใจเกษตรกร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครัวเรือน

นอกจากนี้ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดนครปฐม มีแผนการสนับสนุนสินเชื่อ ภายใต้โครงการธุรกิจชุมชนสร้างไทย ซึ่งคิดดอกเบี้ย เพียงร้อยละ 0.01 เท่านั้น (ล้านละร้อยบาท) โดยเป็นการสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ลูกค้าควบคู่กับการพัฒนาชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม    

ประชาสัมพันธ์